นี่คือเงาของอะไร? มาทายนิสัยในแบบญี่ปุ่นกันเถอะ!

นี่คือเงาของอะไร? มาทายนิสัยในแบบญี่ปุ่นกันเถอะ!

ทุก ๆ คนมักจะคิดว่าเรารู้จักตัวเราเองดีกว่าใคร ๆ แต่ความจริงแล้ว เราก็มีด้านที่ตัวเราก็ไม่รู้เช่นกัน และมันอาจจะแสดงออกมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งก็เป็นได้ วันนี้เราจะมาทายนิสัยที่อยู่ลึก ๆ ในใจในแบบญี่ปุ่นจากรูปภาพกันค่ะ

เงานี้คือเงาของอะไร ?

1. กระเป๋าเสื้อ
2. ตราอาร์ม
3. โล่
4. เตารีด

ถ้าเลือกได้แล้ว เก็บไว้ในใจก่อนนะคะ ก่อนอื่น จะขออธิบายที่มาของรูปภาพนั้นก่อน เงาในรูปคือเงาของตราอาร์มค่ะ ในทวีปยุโรป ช่วงยุคกลาง จะใช้เป็นตราประจำตัวของอัศวินเพื่อจำแนกพวกของตนออกจากพวกของศัตรู มันจึงสามารถบอกเราได้ว่า เรามีความคิดต่อผู้อื่นอย่างไร งั้นเราลองไปดูคำอธิบายในแต่ละตัวเลือกกันเลยค่ะ!

กระเป๋าเสื้อ – คิดเรื่องการได้เปรียบเสียเปรียบ

คนที่นึกถึง “กระเป๋าเสื้อ” ขึ้นมาเป็นอย่างแรก มักจะคิดเรื่องการได้เปรียบหรือเสียเปรียบ คิดว่าตนเองมีอะไร อีกฝ่ายมีอะไร หรือกลับกัน ตนเองขาดอะไร แล้วถ้าอีกฝ่ายมีสิ่งนั้นจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่จับต้องได้หรือจับต้องไม่ได้ ก็สนใจหมดทุกอย่าง แต่การจะได้มาหรือจะเสียไปนั้นก็ขึ้นอยู่กับกำลังหรือความสามารถของทั้ง 2 ฝ่าย

ตราอาร์ม – มีความอยากรู้อยากเห็น

ตราอาร์มไม่ใช่แค่ของตกแต่งที่เอาไว้ปักบนเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ยังหมายถึงตราประจำตัวอัศวินอีกด้วย หากคุณเป็นคนที่นึกถึง “ตราอาร์ม” ขึ้นมาเป็นอันดับแรก แสดงว่าคุณเป็นคนที่มีความอยากรู้อยากเห็น เต็มไปด้วยคำถามมากมาย เช่น สัญลักษณ์แบบนี้แปลว่าอะไร ? คนคนนั้นเป็นคนยังไง ? เขากำลังทำอะไรอยู่ ? และมีความรู้สึกต่อเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่สามารถละสายตาไปจากเรื่องเล็กน้อยเหล่านั้นได้เลย

โล่ – ชอบต่อสู้แข่งขัน

หากคุณนึกถึง “โล่” คุณก็น่าจะเป็นคนที่ชอบเรื่องการต่อสู้แข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นการชาเลนจ์ หรือเตรียมตัวเพื่อการแข่งขัน ก็ล้วนมีฟีลลิ่งของการต่อสู้แข่งขันทั้งสิ้น คุณอาจจะมีการเตรียมใจและความภาคภูมิใจที่จะปกป้องตัวเองด้วยตัวของคุณเอง ความเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นที่จะทำอะไรสักอย่างด้วยกำลังของตัวเอง จะทำให้คุณเป็นคนไม่ยอมแพ้ เรียกว่า ต้องตีเขาก่อนที่เราจะโดนตี

เตารีด – มีความรอบคอบ

คนที่นึกถึง “เตารีด” แสดงว่าเป็นคนที่มีความรอบคอบ ตราอาร์มลักษณะนี้จะเรียกว่า “ตราอาร์มทรงเตารีด” เป็นคนที่ดูแลใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก มักจะสังเกตเห็นคนที่ทำอะไรชุ่ย ๆ หรือไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย แล้วก็ไม่มีความเชื่อใจต่อคนประเภทนั้น ในขณะเดียวกันก็กังวลว่าผู้อื่นจะคิดอย่างไรกับตนเอง

 

อย่างที่กล่าวไปว่าตราอาร์มเป็นสัญลักษณ์ในการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นชาติตระกูล กลุ่มหรือองค์กร การที่แต่ละคนมองเงาของตราอาร์มแล้วตีความแตกต่างกันไปว่าเป็นรูปอะไร จึงสามารถบ่งบอกได้ว่าลึก ๆ ในใจนั้นมีความคิดอย่างไรต่อผู้อื่น คิดในทางบวกหรือทางลบ ถ้าหากลองไปถามเพื่อน ๆ หรือคนรู้จัก ก็อาจจะทำให้เรารู้ก็ได้นะคะว่าคนคนนั้นคิดอย่างไรกับเรา ^^

สล็อตเว็บตรง

แบบทดสอบจิตวิทยาญี่ปุ่น: อิโมจิที่ใช้บอกพฤติกรรมด้านความรัก

แบบทดสอบจิตวิทยาญี่ปุ่น: อิโมจิที่ใช้บอกพฤติกรรมด้านความรักของเรายังไงบ้าง?

ผู้อ่านหลายคนพอจะทราบไหมคะว่า นิสัยของเราเปลี่ยนไปอย่างไรเมื่อมีความรัก มาหาคำตอบง่ายๆ เพื่อทำให้คุณรู้ถึงแนวโน้มความรักที่คุณเป็นจากอิโมจิที่เราเลือกใช้มากที่สุดบน LINE และ Twitter กัน เหล่าอิโมจิจะบอกคุณเกี่ยวกับนิสัยเรื่องความรักของคุณอย่างไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปทดสอบกันเลยค่ะ

อิโมจิที่คุณใช้บ่อยที่สุดคืออิโมจิไหน?

A. หน้าตาอ้อน
B. หน้าที่มีวงแหวนเทวดาบนหัว
C. หน้าร้องไห้
D. หน้าที่ตาทั้งสองข้างเป็นหัวใจ

ถ้าเลือกได้แล้วไปชมคำตอบกันเลยค่ะ

A. หน้าตาอ้อน

สิ่งที่คุณต้องการคือ ความรักที่ทำให้คุณเติบโตในด้านความรู้สึก จริงๆ แล้วคุณมีศักยภาพที่จะเป็นผู้รักษาและเป็นผู้ที่ดูแลคนอื่นได้ดี คุณอยากให้ความรักทำให้คุณรู้ว่าคุณสามารถดูแลอีกฝ่ายได้ บางทีความรักที่ดีที่คุณตามหาอาจจะทำให้พลังที่ซ่อนไว้ของคุณถูกนำออกใช้ให้เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์ ดังนั้นสิ่งที่คุณกำลังมองหาคือ ความรักที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกลึกๆ ภายในของคุณ และความรักที่ทำให้คุณมีความรู้สึกเป็นผู้ใหญ่

B. หน้าที่มีวงแหวนเทวดาบนหัว

สิ่งที่คุณต้องการคือ ความรักที่แสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน บางครั้งการที่เราเก็บความรู้สึกของเราเอาไว้ เฝ้ามองดูคนที่รักอย่างเดียวนั้น วันใดวันหนึ่งความรักที่เรามีต่ออีกฝ่ายก็คงจะล้นออกมาเพราะเก็บไว้ไม่อยู่ พลังงานเหล่านี้อยู่ภายในจิตใจอย่างมากจนทำให้คุณสามารถอดทนต่อทุกความทุกข์และความยากลำบาก ไล่ตามคนที่คุณรักได้อยู่ตลอด พลังใจที่ล้นเปี่ยมแบบนี้ทำให้คุณไม่ต้องกังวลอะไร แค่เดินหน้าต่อไป ยังไงความรักก็อยู่เคียงข้างคุณแน่นอน

C. หน้าร้องไห้

สิ่งที่คุณต้องการคือความรักที่มั่นคง ความรักที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นเหมือนว่าได้กลับบ้าน แต่ก็ไม่ได้ยึดติดกับการแต่งงาน คุณแค่กำลังมองหาช่วงเวลาที่สงบสุขที่สามารถใช้ร่วมกันให้มากที่สุด และคนที่ทำให้คุณรู้สึกเหมือนว่าเขาอยู่ใกล้กับคุณทั้งทางร่างกายและจิตใจ ความรู้สึกสบายใจที่ได้อยู่ด้วยกัน ไม่เร่งรีบให้ต้องผูกมัดความสัมพันธ์ของกันและกัน แต่เป็นรูปแบบที่ค่อยๆ สร้างความสุขและความคุ้นเคยให้แก่กันและกัน เป็นความรักที่คุณสามารถควบคุมจิตใจของคุณได้เอง

D. หน้าที่ตาทั้งสองข้างเป็นรูปหัวใจ

สิ่งที่คุณต้องการคือ ความรักที่สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับตัวเองได้เสมอ ถึงแม้ว่าคุณจะมีรูปแบบความรักที่คุณได้วาดฝันเอาไว้อยู่แล้ว แต่ถ้าคุณเจอคนที่คุณรู้สึกว่าใช่ คุณก็พร้อมที่ปรับตัวให้เข้ากับเขาคนนั้น คงเป็นพลังแห่งรักที่ทำให้คุณพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อเค้าเสมอ ความมุ่งมั่นและความพยายามที่จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นอยู่กับปัจจุบัน สามารถปรับไปได้ตามสภาพแวดล้อมหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่คาดหวังและปล่อยให้เป็นไปอย่างที่มันควรเป็น เรียกว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไร้กังวลทีเดียว

 

เวลามีความรักบางทีก็ทำให้เราเห็นตัวเราได้ไม่ชัดเจน คนรอบข้างบางคนก็บอกว่าเปลี่ยนไปโดยที่ตัวเราเองก็ไม่รู้ตัว จิตวิทยาก็เหมือนกระจกสะท้อนให้เรารู้จักตัวเอง และทำให้เราหาแนวทางที่ช่วยให้เราปรับตัวให้เหมาะกับสถานการณ์ความสัมพันธ์ของเราได้ ยิ่งรู้จักตัวเองดีเท่าไหร่ ก็ยิ่งรับมือปับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้นค่ะ

สล็อตเว็บตรง

ต้นไม้ที่เปลี่ยนสีสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น

ต้นไม้ที่เปลี่ยนสีสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น

เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง สิ่งที่คนญี่ปุ่นตั้งหน้าตั้งตารอก็คือใบไม้เปลี่ยนสี หรือ โคโย (紅葉) ซึ่งเป็นช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง ส้มหรือแดง สร้างความสวยงามดึงดูดให้ผู้คนไปชมเพื่อสร้างความสุขและการผ่อนคลายอย่างง่ายๆ นอกจากต้นไม้ยอดนิยมอย่างแป๊ะก๊วยและโมมิจิแล้ว ในญี่ปุ่นก็ยังมีต้นไม้หลากหลายชนิดที่ให้สีสันสวยงามก่อนที่จะร่วงหล่น มารู้จักต้นไม้เหล่านั้น และรู้ถึงเหตุผลที่ใบไม้เปลี่ยนสีกันนะคะ

เหตุผลที่ใบไม้เปลี่ยนสี

โดยปกติในใบไม้มีรงควัตถุ 4 ชนิด ได้แก่ คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ซึ่งทำให้ใบไม้มีสีเขียว แซนโทฟิลล์ (Xanthophylls) ซึ่งทำให้ใบไม้มีสีเหลือง แคโรทีนอยด์ (Carotenoids) ซึ่งทำให้ใบไม้มีสีส้ม และแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) ซึ่งทำให้ใบไม้มีสีแดง

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน แสงแดดที่ดีและช่วงกลางวันที่ยาวทำให้คลอโรฟิลล์ทำงานในการสังเคราะห์แสงได้อย่างเต็มที่ ใบไม้จึงมีสีเขียวเด่น แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงที่กลางคืนยาวกว่ากลางวันและอากาศหนาวเย็นมากขึ้น พืชจะลดการสังเคราะห์แสงและปรับตัวเก็บอาหารไว้ในลำต้นโดยหยุดส่งสารอาหารและน้ำไปที่ใบ ทำให้ใบพืชหยุดสร้างคลอโรฟิลล์และคลอโรฟิลล์เดิมที่มีอยู่ในใบค่อยสลายไป ส่งผลให้สารสีที่มีอยู่ในใบไม้แต่ละชนิดมีสีเด่นมากขึ้นและทำให้เราเห็นใบไม้สีเหลือง สีส้ม หรือสีแดง เด่นตามชนิดพันธุ์ของพืช

ต้นไม้ที่เปลี่ยนสีสวยในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของญี่ปุ่น

ต้นซากุระพันธุ์โซเมอิ โยชิโนะ (ソメイヨシノ)

หากพูดถึงซากุระเรามักจะนึกถึงดอกซากุระสีชมพูอ่อนบานเป็นพุ่มสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ความจริงแล้วในฤดูใบไม้ร่วงใบซากุระก็งดงามไม่น้อย จากการเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองและส้มดูสวยงาม

ต้นศรีทอง (Chinese tallow) หรือนังคินฮาเซะ  (ナンキンハゼ)

ต้นศรีทองมีใบสีเขียวคล้ายรูปหัวใจในฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง แต่ใบจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองสีส้ม สีแดงและสีแดงเข้มในช่วงฤดูใบไม้ร่วง ต้นศรีทองจัดเป็นต้นไม้ที่สวยมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงในญี่ปุ่น

ต้นสวีทกัม (Sweetgum) หรือโมมิจิบาฟู (モミジバフウ)

สวีทกัม มีถิ่นกำเนิดจากทางตะวันออกของอเมริกาเหนือ มักปลูกไว้ตามสวนสาธารณะและริมถนนในญี่ปุ่น ใบของสวีทกัมมีลักษณะคล้ายใบเมเปิ้ลที่มีตั้งแต่ 5-7 เฉด ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงใบของสวีทกัมจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีแดงสวยในที่สุด สร้างความสวยงามเป็นอย่างมาก

ต้นบลูเบอร์รี่ (ブルーベリー)

บลูเบอร์รี่เป็นต้นไม้ที่คนญี่ปุ่นนิยมปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวผลในช่วงเดือนมิถุนายน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนใบบลูเบอร์รี่จะมีสีเขียวขจี แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงใบสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงสวยงามมาก

ต้นวิชฮาเซล (Witch hazel) หรือมังสะคุ (マンサク)

ต้นวิชฮาเซลเป็นต้นไม้ที่ขึ้นในป่าและถูกปลูกไว้ตามสวนพฤษศาสตร์ในโตเกียว ใบของต้นวิชฮาเซลมีเส้นใบที่เด่นชัด โดยใบจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลือง สีส้ม และสีส้มแดงสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

ต้น Enkianthus perulatus หรือโดอุแดนสึสึจิ  (ドウダンツツジ)

ต้น Enkianthus perulatus เป็นต้นไม้ในสกุล Enkianthus ซึ่งเป็นไม้พุ่มใบเล็กมีดอกสวยงาม คนญี่ปุ่นนิยมปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ประดับสวน เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ใบสีเขียวจะเปลี่ยนเป็นสีแดงคล้ำดูสวยงามมาก

 

ต้นคาซึระ (カツラ) หรือ Cercidiphyllum japonicum

ต้นคาซึระเป็นไม้ยืนต้น มีใบกลมน่ารัก ใบมีสีเขียวสวยในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน เมื่อเข้าฤดูใบไม้ร่วงใบจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสวยคล้ายใบแปะก๊วย

ต้นเพลน (Plane tree) หรือโมมิจิบาสึซึคะเคโนคิ (モミジバスズカケノキ)

ต้นเพลนมีใบคล้ายใบเมเปิ้ล คนญี่ปุ่นนิยมปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ตามสวนสาธารณะและข้างทาง เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงใบจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเหลืองและน้ำตาลในที่สุด ใบที่ตกลงสู่พื้นสร้างความรู้สึกถึงฤดูใบไม้ร่วงอย่างแท้จริง

นอกจากอากาศที่เย็นสบายตัวแล้ว ความสุขง่ายๆ ที่หาซื้อไม่ได้ของคนญี่ปุ่นก็คือใบไม้ที่เปลี่ยนสีนี่แหละค่ะ รอโควิด-19 หมด ก็ขอชวนมาชมใบไม้เปลี่ยนสีด้วยตนเองกันนะคะ

สล็อตเว็บตรง

Hobonichi แบรนด์เครื่องเขียนอายุกว่า 20 ปีจากญี่ปุ่น

Hobonichi แบรนด์เครื่องเขียนอายุกว่า 20 ปีจากญี่ปุ่น

ญี่ปุ่นคือสวรรค์ของคนรักเครื่องเขียน ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะของตัวผลิตภัณฑ์หลายหลายยี่ห้อ ที่ออกสินค้าหน้าตาน่ารักมาพร้อมกับความใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กๆ เพื่อให้ทุกคนสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย วันนี้มาทำความรู้จักกับแบรนด์ Hobonichi ที่มีอายุยาวนานกว่า 20 ปีกัน ทำไมคนญี่ปุ่นกลุ่มเล็กๆ ถึงถูกใจกับสินค้านี้กันนะ?

ปกดีไซน์ใหม่ทุกปี

 

สิ่งที่ไม่เหมือนใครของ Hobonichi คือปกสมุดไดอารี่ที่ทางแบรนด์จะออกใหม่ทุกๆ ปี โดยจะมีทั้งปกสีเรียบและปกที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์ออกมาให้เลือกสรรจากวัสดุหนังและผ้า ในปี 2021 นี้ทางแบรนด์มีปกที่ทำร่วมกับการ์ตูนอะนิเมะชื่อดังอย่างโดราเอม่อน รันม่า ½ และเจ้าหนูอะตอม ออกมาให้สะสมกันอีกด้วย นอกเหนือจากนี้ยังมีโลโก้ประจำอย่างน้องจิ้งจอกสีส้มน่ารักสดใสออกมาเป็นประจำทุกปี

สมุดหลากหลายแบบตามความต้องการ

 

Hobonichi มีสมุดหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรร ไม่ว่าจะเป็นขนาดต่างๆ ตามที่เราต้องการ (A5, A6, Weekly planner) พร้อมทั้งสมุดจดแบบเล่มวันที่ครบปีสำหรับเก็บทีเดียว เล่มครึ่งปีจะได้พกเบาๆ เพียงทีละครึ่งเล่ม หรือจะเลือกเป็นสมุดแบบที่ไม่มีวันที่กำกับ (Day-free) สำหรับคนที่อยากจดแบบไม่มีวันที่บังคับ หรือจะเลือกสมุด 5 ปี (5-Year Techno) สะสม 5 ปีภายใน 1 เล่มไปเลยทีเดียวก็ได้

กระดาษสมุดที่ไม่เหมือนใคร

 

สมุดใช้กระดาษ Tomoe river paper ที่มีลักษณะบางเบาแต่สามารถลงสีน้ำและใช้ปากกาหมึกซึมได้ โดยไม่ซึมไปหน้าหลังและไม่อุ้มน้ำ แถมยังบางมากเมื่อเทียบกับสมุดทั่วๆไป นอกเหนือจากนี้ ยังมีคำคมน่ารักๆ ที่ทุกหน้าของแต่ละวัน ซึ่งตอนนี้มีแค่เล่มขนาด A6 ฉบับภาษาอังกฤษเท่านั้นที่มีคำคมเป็นภาษาอังกฤษให้

อุปกรณ์น่ารักอีกมากมาย

 

 

นอกเหนือจากนี้ ยังมีอุปกรณ์ เช่น ถุงผ้า พวงกุญแจ ปากกา กล่องดินสอ แผ่นรองเขียนในไดอารี่ สติกเกอร์ และอื่นๆ อีกมากมาย โดยทั้งหมดจะเป็นลายดีไซเนอร์เดียวกับปกไดอารี่นั้นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับแบรนด์ Hobonichi หากเพื่อนๆ คนไหนสนใจอยากซื้อมาลองใช้งาน สามารถสั่งซื้อออนไลน์แล้วส่งถึงบ้านได้เลยที่ www.1101.com ค่า

สล็อตเว็บตรง

ทำไมคนญี่ปุ่นในปัจจุบันถึงไม่อินกับโตเกียวเหมือนในอดีต ?

ทำไมคนญี่ปุ่นในปัจจุบันถึงไม่อินกับโตเกียวเหมือนในอดีต ?

พูดถึงเมืองหลวงของญี่ปุ่น ใคร ๆ ก็ต้องนึกถึงโตเกียว ศูนย์รวมความเจริญและความสะดวกสบายในทุกด้าน น่าจะเป็นเมืองที่ใฝ่ฝันสำหรับใครหลาย ๆ คน แต่สำหรับคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทหรือต่างจังหวัด โตเกียวเป็นสถานที่ที่พวกเขาใฝ่ฝันจริงหรือ ?

เว็บไซต์ sirabee ได้จัดทำแบบสำรวจหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นทั่วประเทศ จำนวน 1,798 คนในช่วงวัย 10 – 60 ปี พบว่ามีเพียง 29.5% เท่านั้นที่ตอบว่า “โตเกียวเป็นสถานที่ที่ใฝ่ฝัน” โอ้โห น้อยมาก ๆ เลยนะคะเนี่ย แล้วเป็นเพราะอะไรกันนะ

เมื่อลองแบ่งตามเพศและอายุ พบว่า กลุ่มเด็กผู้หญิงในวัย 10 ปี มีเปอร์เซ็นต์สูงที่สุด!

ลองมาดูเหตุผลบางส่วนของผู้ที่ชื่นชอบโตเกียวกันค่ะ

“ฉันอาศัยอยู่ในต่างจังหวัด ก็เลยใฝ่ฝันถึงเมืองหลวงมาตลอด โดยเฉพาะเวลาที่มี live หรือมีการจัดงานอีเวนท์ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็จัดกันในโตเกียว ก็เลยอิจฉาคนที่อาศัยอยู่ในเขตคันโต เพราะสามารถเดินทางไปได้ใกล้กว่า” (หญิง วัย 10 ปี)

“ฉันอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท เวลาไปซื้อของก็ต้องขับรถไปที่ร้าน แต่ในโตเกียวมีร้านขายของตั้งเรียงรายอยู่ใกล้ ๆ กันเยอะมาก ฉันมองว่ามันเป็นเสน่ห์อย่างนึง แต่สำหรับคนที่อยู่ในโตเกียว ก็คงจะเป็นเรื่องปกติ” (หญิง วัย 20 ปี)

ทีนี้ลองมาดูความเห็นของคนที่ไม่ได้รู้สึกใฝ่ฝันถึงโตเกียวกันบ้าง นอกจากโตเกียวแล้ว ยังมีจังหวัดที่ถือว่าเป็นเมืองใหญ่อยู่อีกมากมาย ทั้งเกียวโต โอซาก้า ซึ่งคนที่อยู่อาศัยในโอซาก้าได้ให้ความเห็นว่า

“โอซาก้าก็เป็นเมืองใหญ่พอสมควร ฉันเลยไม่ได้รู้สึกใฝ่ฝันถึงโตเกียวเลย ถ้าฉันอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทฉันก็อาจจะชื่นชอบโตเกียวก็ได้” (หญิง วัย 20 ปี)

บางคนอาศัยอยู่ในโตเกียวก็จริง แต่กลับไม่ได้รู้สึกสบายใจอย่างที่ทุกคนคิด

“ผมมาอาศัยอยู่ในโตเกียวเพราะเรื่องงาน แต่ส่วนตัวผมไม่คิดว่ามันเป็นสถานที่ที่ดีที่จะอยู่อาศัย ผมชอบที่ที่คนน้อย ๆ แล้วก็สงบกว่านี้มากกว่า” (ชาย วัย 30 ปี)

บางคนก็ไม่ได้รู้สึกใฝ่ฝันถึงโตเกียว เพราะขอแค่มีอินเตอร์เน็ต ทุกอย่างก็เข้าถึงได

“เมื่อก่อนผมเคยใฝ่ฝันถึงโตเกียวมากเลย แต่พอตอนนี้อินเตอร์เน็ตได้แพร่หลายแล้ว ก็คิดว่าถึงจะอยู่ในพื้นที่ชนบทก็อยู่ได้ อยากได้อะไรก็สามารถหาซื้อจากร้านค้าออนไลน์ได้เลย” (ชาย วัย 40 ปี)

“ที่ต่างจังหวัดมันหางานยาก ผมเลยมาสมัครงานบริษัทในโตเกียว แต่ผมคิดว่าถ้าสัญญาณอินเตอร์เน็ตมันไปได้ไกลขึ้นอีกนิดก็จะสามารถทำงานที่ต่างจังหวัดไปด้วยได้” (ชาย วัย 30 ปี )

คนบางคนรู้สึกชื่นชอบและใฝ่ฝันที่จะไปอยู่โตเกียวเนื่องด้วยความสะดวกสบายในหลาย ๆ ด้าน นอกจากเรื่องการงานแล้ว ยังมีที่เที่ยวที่กินมากมาย แถมยังสามารถเดินทางไปได้ง่าย ๆ รวมถึงการจัดคอนเสิร์ตหรืองานอีเวนท์ใหญ่ก็นิยมจัดในโตเกียวเป็นหลัก จึงไม่แปลกที่คนที่โหยหาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะใฝ่ฝันถึงการไปอยู่โตเกียว แต่ก็ยังนับว่าเป็นส่วนน้อยจากผลสำรวจ

 

ในขณะที่บางคนก็ไม่ได้ใฝ่ฝันถึงโตเกียวขนาดนั้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป อย่างคนที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่อย่างโอซาก้า แน่นอนว่าต้องมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่แพ้โตเกียว จึงแทบไม่จำเป็นต้องไปเปรียบเทียบกับโตเกียวเลย บางคนที่อาศัยอยู่ในโตเกียวอยู่แล้วกลับรู้สึกไม่สบายใจเนื่องด้วยความเป็นเมืองหลวงที่มีคนอาศัยอยู่เยอะและวิถีชีวิตที่เร่งรีบ กดดัน ไม่สโลว์ไลฟ์เท่าเมืองในชนบท

แต่เหตุผลที่น่าสนใจก็คือเรื่องของอินเตอร์เน็ต ในสมัยก่อนที่ยังไม่มีอินเตอร์เน็ต หรือยังไม่แพร่หลาย ผู้คนในต่างจังหวัดเข้าถึงสิ่งต่าง ๆ ได้ยากกว่าคนในเมืองใหญ่ แต่ในปัจจุบันที่มีอินเตอร์เน็ตกระจายอยู่แทบจะทุกพื้นที่ ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถเข้าถึงคอนเทนท์ต่าง ๆ ได้ทันที จึงแทบจะไม่ต้องใฝ่ฝันถึงการไปอยู่โตเกียวเลย สามารถมองได้ว่า ผู้คนที่ต้องการแค่สามารถใช้ชีวิตขั้นพื้นฐานได้สะดวกสบาย ก็จะไม่ค่อยใฝ่ฝันถึงโตเกียวสักเท่าไหร่ เพราะปัจจุบันความเจริญนั้นเข้าถึงแทบทุกพื้นที่เลยก็ว่าได้

ต่างคนต่างก็มีเหตุผลที่จะอยู่ในที่ใดที่นึงแตกต่างกันไป ที่ที่เราอยู่แล้วสบายใจ ก็อาจจะไม่เวิร์คสำหรับใครหลาย ๆ คนก็ได้ แล้วในบ้านเราในปัจจุบัน คนที่อาศัยอยู่ในต่างจังหวัด ใฝ่ฝันถึงกรุงเทพกันรึเปล่านะ ? ^^

สล็อตเว็บตรง

Honda ตั้งบริษัทสตาร์ทอัพพัฒนาระบบ GPS ติดรองเท้าเพื่อผู้พิการทางสายตา

Honda ตั้งบริษัทสตาร์ทอัพพัฒนาระบบ GPS ติดรองเท้าเพื่อผู้พิการทางสายตา

Honda ตั้งบริษัทสตาร์ทอัพ มุ่งพัฒนาระบบ GPS ติดรองเท้าเพื่อผู้พิการทางสายตา ชูจุดขายด้วยระบบนำทางรูปแบบแรกของโลกที่ไม่รบกวนการได้ยินและวางใจได้ในเรื่องความปลอดภัย

หลายคนคงคุ้นเคยกับแบรนด์ฮอนด้าที่จำหน่ายสินค้าเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่บางคนอาจจะยังไม่รู้ว่าฮอนด้าเองมีแผนกพัฒนาธุรกิจใหม่ๆ ที่มีชื่อว่า IGNITION อยู่ด้วย ซึ่งต่อมาก็ได้มีโอกาสจัดตั้งบริษัทสตาร์ทอัพชื่อว่า Ashirase Inc. โดยสินค้าตัวแรกของบริษัทก็คือ Ashirase ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบนำทาง หรือ GPS ติดสวมในรองเท้าเพื่อให้ผู้พิการทางสายตาสามารถเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยจะดำเนินการทดสอบอุปกรณ์ภายในปี 2021 และวางแผนจำหน่ายภายในปี 2022

ที่มาของการพัฒนาระบบนำทางติดรองเท้า

จากผลสำรวจพบว่าจำนวนผู้ที่มีความสามารถในการมองเห็นต่ำในประเทศญี่ปุ่นมีมากถึง 1.64 ล้านคนในหลายปีที่ผ่านมา และมีจำนวนมากถึง 12 ล้านคนในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างเช่น อเมริกาและยุโรป อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย นอกจากนี้ ในญี่ปุ่นเองมีจำนวนของสุนัขนำทางน้อยและมีข้อจำกัดในเรื่องของผู้ช่วย ทำให้ผู้พิการทางสายตาหลายคนต้องเดินทางไปไหนมาไหนคนเดียวและต้องระมัดระวังอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้เดินผิดเส้นทาง ทางทีมงานจึงอยากให้กลุ่มคนเหล่านี้สามารถเดินได้อย่างสบายใจโดยยังสามารถใช้ประสาทสัมผัสด้านอื่นได้อย่างเต็มที่

หลักการทำงานของ Ashirase

ตัวอุปกรณ์ Ashirase เองมีลักษณะเฉพาะคือ สามารถเรียนรู้และมีความเข้าใจในเส้นทางได้ดีมาก ซึ่งระบบนำทางหรือ GPS ดังกล่าวจะเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือของผู้ใช้งาน และอาศัยเครื่องมือที่ติดอยู่ที่รองเท้าเป็นตัวตรวจจับความเคลื่อนไหวและส่งคลื่นสั่นสะเทือนไปยังเท้าของผู้ใช้เพื่อบอกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นซ้ายขวา หรือ หน้าหลัง โดยจะสั่นไปตามทิศที่ผู้ใช้ควรจะเดิน ซึ่งการสื่อสารด้วยระบบสั่นนี่เองที่จะไม่ไปรบกวนผู้ใช้งานในการฟังเสียงบรรยากาศรอบข้าง อีกทั้งผู้ใช้งานก็ไม่ต้องคอยพะวงกับการเดินตามทางเบรลล์บล็อกด้วย

 

ระบบนำทางที่เราคุ้นเคยกันดี นอกจากประโยชน์ในการนำทางที่ทำให้เราไม่หลงแล้ว ยังสามารถนำมาพัฒนาต่อยอดเพื่อแก้ปัญหาของคนในสังคมได้มากมาย เชื่อว่าน่าจะมีสินค้าใหม่อีกหลายตัวที่ตอบโจทย์กับความต้องการและช่วยพัฒนาให้โลกของเราดีขึ้นแน่นอนค่ะ

สล็อตเว็บตรงไม่ผ่านเอเย่นต์

สาวสองพันปี! จัดอันดับ ศิลปินสาวสวยที่กาลเวลาไม่อาจทำร้ายเธอได้!!

สาวสองพันปี! จัดอันดับ ศิลปินสาวสวยที่กาลเวลาไม่อาจทำร้ายเธอได้!!

มีคนดังมากมายในวงการบันเทิงญี่ปุ่นที่หน้าตาดูอ่อนกว่าวัยมาก จนหลายคนแปลกใจเมื่อได้รู้อายุจริงของพวกเธอ! เรามาดูการจัดอันดับกันค่ะว่ามีศิลปินนักแสดงสาวคนไหนบ้าง ที่คนญี่ปุ่นมองว่าผ่านไปกี่ปีก็ดูไม่แก่เลยจริง ๆ !

อันดับ 3 天海祐希 (Amami Yuki) อายุ 54 ปี

 

 

Amami Yuki นักแสดงสาวที่เคยเป็นอดีตท็อปสตาร์ของ Takarazuka Revue คณะละครมิวสิคเคิลหญิงล้วน นับตั้งแต่ออกจากบริษัท Takarazuka ในปี 1995 เธอก็ยังมีผลงานการแสดงทั้งละครและภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น ละคร Queen’s Classroom (ห้องเรียนราชินี) ทาง Nippon TV, ซีรีส์ BOSS ทาง Fuji TV, ซีรีส์ Emergency Interrogation Room (ห้องสืบสวนด่วนพิเศษ) ทาง TV Asahi เธอได้รับความนิยมในฐานะบทบาทที่แข็งแกร่งและน่าดึงดูด ปัจจุบันมีอายุ 54 ปี ด้วยรูปร่างสูงยาวเข่าดีถึง 171 ซม. และผิวสวยอ่อนวัยแทบไม่เปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่ยังวัยรุ่น ทำให้หลาย ๆ คนต้องตะลึงเมื่อรู้ว่าเธออายุแตะเลข 5 แล้ว

อันดับ 2 石田ゆり子 (Ishida Yuriko) อายุ 52 ปี

 

 

Ishida Yuriko นักแสดงสาววัยผู้ใหญ่แต่หน้าตาก็ยังน่ารักจิ้มลิ้ม เธอเข้าสู่วงการบันเทิงในช่วงวัยรุ่น และมีผลงานยอดนิยมมากมาย เช่น ละคร 101st Marriage Proposal (101 ตื้อรักนายกระจอก), Dr. Cotto Clinic ทาง Fuji TV รวมถึงละครดังในปี 2016 The Full-time Wife Escapist (ฉันแต่งงานเป็นอาชีพ) ทาง TBS ที่เธอรับบทเป็นป้าของนางเอก ความน่ารักที่เป็นอมตะนี้ดึงดูดความสนใจจากผู้คนมากมาย สามารถติดตามเธอได้ทาง Instagram ที่จะโพสต์เรื่องราวในชีวิตประจำวันของเธอ มีแฟนคลับติดตามมากถึงเกือบ 3 ล้านคน ปัจจุบันเธอมีอายุ 52 ปี เจ้าของฉายาสิ่งมหัศจรรย์แห่งวัย 50 คนนี้จึงได้อันดับที่ 2 ไปเลย

อันดับ 1 安達祐実 (Adachi Yumi) อายุ 40 ปี

 

 

Adachi Yumi เธอเริ่มเป็นนักแสดงมาตั้งแต่เด็ก ผลงานที่ทำให้เธอโด่งดังคือซีรีส์ Homeless Child ทาง Nippon TV ด้วยความสามารถด้านการแสดงอันทรงพลังจนไม่น่าเชื่อว่าตอนนั้นเธอมีอายุเพียง 12 ขวบ แม้ว่าตอนนี้จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่ดวงตากลมโตและรอยยิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดูดั่งในอดีตก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ปัจจุบันเธอมีอายุ 40 ปี ชีวิตส่วนตัว เธอแต่งงานใหม่กับช่างภาพในปี 2014 เป็นคุณแม่ลูกสองแล้ว แต่ด้วยหน้าตาที่ทั้งสวยและน่ารัก ทำให้มีหลายคนที่ประหลาดใจเมื่อรู้ว่าปีนี้เธออายุ 40 ปีแล้ว

อันดับที่ 4 – 10 มีดังนี้ค่ะ

อันดับ 4 : 広末 涼子 (Hirosue Ryoko) อายุ 41 ปี

อันดับ 5 : 永作博美 (Nagasaku Hiromi) อายุ 51 ปี

อันดับ 6 : 森高千里 (Moritaka Chisato) อายุ 52 ปี

 

 

อันดับ 7 : 柴咲コウ (Shibasaki Kou) อายุ 40 ปี

 

อันดับ 8 : 篠原涼子 (Shinohara Ryoko) อายุ 48 ปี

 

อันดับ 9 : 松嶋菜々子 (Matsushima Nanako) อายุ 48 ปี

 

อันดับ 10 : 米倉涼子 (Yonekura Ryoko) อายุ 46 ปี

 

สรุปเนื้อหาจาก ranking.goo

สล็อตเว็บตรง

สารอาหารสำคัญที่คนญี่ปุ่นให้ความใส่ใจว่าช่วยป้องกันการติดเชื้อได้

สารอาหารสำคัญที่คนญี่ปุ่นให้ความใส่ใจว่าช่วยป้องกันการติดเชื้อได้

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิดสายพันธุ์โอมิครอนในญี่ปุ่นเพื่อขึ้นวันละหลักแสน ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกกลัวและหันมาดูแลสุขภาพของตนเองและครอบครัวมากขึ้น การปฏิบัติเพื่อป้องกันการติดเชื้อไวรัสโอมิครอนนั้นไม่ใช่เพียงแค่การใส่หน้ากากอนามัย ล้างมือและบ้วนปาก แต่ต้องสร้างความแข็งแรงของร่างกายจากภายในด้วย หนึ่งในปัจจัยสำคัญเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงกคือ การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง สารอาหารอะไรบ้างที่คนญี่ปุ่นเชื่อว่าช่วยป้องกันและบรรเทาความรุนแรงการติดเชื้อไวรัสโควิดโอมิครอน มาดูกันค่ะ

วิตามินเอ

วิตามินเอช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของเยื่อเมือกที่หลอดลม ทางเดินอาหาร และผิวหนัง วิตามินชนิดนี้ได้ชื่อว่าเป็นวิตามินที่ช่วยต้านการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียได้ดี อาหารที่อุดมไปวิตามินเอ ได้แก่ ไข่ ชีส บร็อกโคลี่ ตำลึง ผักบุ้ง ผักคะน้า ฟักทอง แครอท มันเทศ และผลไม้ที่มีสีเหลืองส้มได้แก่ มะละกอ แคนตาลูปและมะม่วงสุก เป็นต้น

วิตามินซี

วิตามินซีทำหน้าที่ช่วยขจัดสารอนุมูลอิสระที่เข้าไปทำลายเยื่อบุผิวหนังในร่างกาย ช่วยขจัดสารเคมีแปลกปลอมที่เข้าสู่ร่างกาย และช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซี ได้แก่ ส้ม เกรปฟรุต สตรอว์เบอร์รี่ มะเขือเทศ พริกหวานและบร็อคโคลี่ เป็นต้น

วิตามินดี

วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ช่วยควบคุมและช่วยให้การทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันดี อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี ได้แก่ ปลาที่มีไขมันสูง เช่น ปลาทูน่า ปลาทู ปลาแซลมอน และปลาซาร์ดีน นม เห็ดหอมแห้ง ไข่แดง และน้ำมันตับปลาคอด เป็นต้น นอกจากการรับประทานอาหารแล้ว การตากแดดวันละประมาณ 30 นาทีก็จะช่วยให้ร่างกายคนเราสร้างวิตามินดีขึ้นมาได้

วิตามินอี

วิตามินอีช่วยกระตุ้นให้การทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันดี และเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยป้องกันเซลล์จากการถูกทำลายโดยสารอนุมูลอิสระ อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ได้แก่ ถั่วต่างๆ เช่น ถั่วอัลมอนด์ ถั่วลิสง ถั่ววอลนัท มันเทศ อะโวคาโด จมูกข้าวสาลี เมล็ดทานตะวัน และผักปวยเล้ง เป็นต้น

แร่ธาตุสังกะสี

สังกะสีเป็นแร่ธาตุที่จำเป็นสำหรับการเจริญและการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันไม่ให้เซลล์ถูกทำลายจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน อาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสี ได้แก่ หอยนางรม ปู กุ้ง ปลาซาร์ดีน เนื้อวัว เนื้อหมู ผักคะน้า หน่อไม้ฝรั่ง ธัญพืชหรือผลิตภัณฑ์จากธัญพืช ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม เป็นต้น

 

แม้จะมีการฉีดวัคซีนแล้วแต่โอกาสการติดเชื้อไวรัสโควิดโอมิครอนและสายพันธุ์อื่นก็ยังมีอยู่ อีกทั้งในญี่ปุ่นพ่อแม่ยังไม่สนับสนุนให้เด็กเล็กฉีดวัคซีนแม้จะมีการอนุมัติการฉีดวัคซีนในเด็ก 5-11 ปีแล้วก็ตาม การดูแลสุขภาพให้แข็งแรงจากภายในเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เราปลอดภัยจากไวรัสโควิดทุกสายพันธุ์ แม้ว่าจะติดเชื้อแต่ภูมิคุ้มกันของร่างกายที่แข็งแรงจะลดความรุนแรงของโรคได้ นอกจากสารอาหารสำคัญแล้ว การพักผ่อนที่เพียงพอ ไม่เครียดมาก การออกกำลังกายที่พอเหมาะอย่างสม่ำเสมอ และการดูแลสภาพแวดล้อมในลำไส้ให้ดีด้วยการขับถ่ายทุกวัน ก็ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายของเราแข็งแรงพร้อมต่อสู้กับไวรัสได้ค่ะ

สล็อตเว็บตรง

 

ไม่มีไม่ได้! ญี่ปุ่นแนะนำ 5 เฟอร์นิเจอร์พื้นฐาน เมื่อต้องย้ายไปอยู่คนเดียว

ไม่มีไม่ได้! ญี่ปุ่นแนะนำ 5 เฟอร์นิเจอร์พื้นฐาน เมื่อต้องย้ายไปอยู่คนเดียว

เมื่อต้องย้ายไปอยู่คนเดียว หรือเปลี่ยนที่อยู่ใหม่ตามสถานที่ทำงาน สิ่งสำคัญนอกเหนือจากการหาที่อยู่ดี ๆ ราคาเป็นมิตรเลยก็คือ การจัดหาเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานนั่นเอง วันนี้เราจะพาไปดูรายชื่อเฟอร์นิเจอร์สำคัญและจำเป็นสำหรับการใช้ชีวิตในความคิดของชาวญี่ปุ่นกันค่ะ

1. เตียง

เตียง

เตียงถือว่าเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนะคะ เพราะคนเราต้องใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนหลับ การเลือกเตียงที่เหมาะสมกับการใช้งานและขนาดห้องจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เช่น ห้องแคบอาจเลือกเป็นเตียงแบบไม่มีหัวเตียงเพื่อให้ง่ายต่อการขนย้าย หรือหากของเยอะก็อาจเลือกเป็นเตียงแบบมีลิ้นชักเก็บของใต้เตียง หรือใครที่ชอบนอนดิ้นก็อาจเลือกเป็นเตียงแบบไม่มีขาเพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น

2. โซฟา

โซฟา

โซฟาเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชิ้นที่ไม่มีก็อาจทำให้ห้องดูโล่งแปลก ๆ นะคะ เพราะนอกเหนือจากการนอนแล้ว เราก็ต้องมีมุมสำหรับนั่งพักผ่อนด้วย โดยการเลือกโซฟาที่ดีนั้นขึ้นอยู่กับการใช้งานของเราเช่นกัน หากอยู่คนเดียวแบบนี้ การเลือกโซฟาแบบไม่มีที่วางแขนขนาดเล็ก ยาวประมาณ 100 ซม. ก็จะทำให้เราสามารถนั่งได้เต็มก้น และดูไม่เทอะทะจนเกินไป นอกจากนี้หากโซฟาตัวนั้นมีขาด้วยแล้วละก็ จะทำให้มองเห็นพื้นห้องชัดเจน ยิ่งส่งผลทำให้ห้องดูกว้างขึ้นอีกด้วย หรือหากใครมีแขกมาเยี่ยมบ่อย ๆ การมีโซฟาเบดเล็ก ๆ แบบพับเก็บได้สักตัวก็อาจคุ้มค่าเช่นกันค่ะ

3. โต๊ะทำงาน

เรียกว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์หากินและสำคัญสุด ๆ เลยทีเดียว เพราะบางคนอาจใช้โต๊ะนี้เรียนหรือทำการบ้าน และบางคนอาจใช้โต๊ะนี้ทำงาน การเลือกโต๊ะที่ดีนั้น นอกจากเลือกตามสไตล์การใช้งานของเราแล้ว ควรเลือกแบบกะทัดรัด และมีขาเล็กหน่อยจะทำให้ดูโปร่งไม่ตัน แถมถ้าเลือกโต๊ะที่มีสีโทนสว่าง ๆ ด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ห้องดูกว้างมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

4. โต๊ะทานข้าว

โต๊ะ

บางคนอาจใช้โต๊ะทำงานร่วมกันกับโต๊ะทานข้าว แต่หากแยกได้ก็จะดีมากค่ะ เนื่องจากบางครั้งอาจเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด ทำให้อาหารหกเลอะเทอะใส่เอกสารสำคัญหรือคอมพิวเตอร์ของเรานั่นเอง โดยอาจเลือกเป็นชุดโต๊ะสี่เหลี่ยมจัตุรัสเล็ก ๆ ขนาด 68 ซม. กับเก้าอี้ขนาดพอดีสักตัวก็โอเคแล้วค่ะ หรือใครพื้นที่น้อยจริง ๆ ก็โต๊ะสักตัวกับโซฟาที่มีอยู่ก็ได้เช่นกัน

5. ชั้นวางของ

ชั้นวางของก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้อีกเช่นกัน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้อง การจัดเก็บของให้เข้าที่เข้าทาง นอกจากจะช่วยให้หาของได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังช่วยป้องกันอุบัติเหตุที่เกิดจากการวางของเกะกะได้อีกด้วย โดยหากมีพื้นที่เยอะอาจเลือกเป็นชั้นวางขนาดใหญ่ที่สามารถจุของได้เยอะ แต่หากพื้นที่จำกัด การเลือกชั้นวางเล็กๆ หลายๆ ชิ้น วางไว้ตามพื้นที่ว่างในห้องก็ช่วยทำให้ห้องดูเป็นระเบียบได้เช่นกันค่ะ นอกจากนี้หากชั้นวางเป็นแบบทึบ ไม่ใช่กระจกใส เป็นชั้นวางที่มองไม่เห็นของด้านในก็จะยิ่งไม่เห็นความรกของของด้านใน ช่วยทำให้ห้องดูสะอาดเรียบร้อยมากขึ้นอีกด้วย

 

จากบทความจะเห็นได้ว่า เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ล้วนจำเป็นต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราแทบทั้งสิ้น แต่ทั้งนี้ ของบางอย่างก็อาจไม่จำเป็นสำหรับเราก็ได้ ขึ้นอยู่กับเรานั่นเองค่ะ และสิ่งสำคัญอีกอย่างก็คือ ควรเลือกซื้อของที่ราคาถูก คุณภาพดีและทนทาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยนะคะ

สล็อตเว็บตรง

10 นิสัยที่ควรงดก่อนเข้านอน ช่วยให้ไม่เหนื่อยล้าระหว่างวัน

10 นิสัยที่ควรงดก่อนเข้านอน ช่วยให้ไม่เหนื่อยล้าระหว่างวัน

เนื่องด้วยอากาศที่ร้อนอาจะทำให้หลายคนมีอาการนอนหลับได้ไม่สนิทหรือนอนหลับยาก วันนี้จะมาแนะนำวิจัยที่จะช่วยให้เพื่อนๆ นอนหลับได้เต็มอิ่ม ไม่รู้สึกเหนื่อยล้าเมื่อตื่นนอน เป็นเทคนิคที่ทุกคนสามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ซับซ้อนมาฝากกันค่ะ

มาเช็กดูกันว่านิสัยต้องห้ามอะไรบ้างที่ไม่ควรทำก่อนเข้านอน มีข้อไหนมั้ยที่เพื่อนๆ ยังทำอยู่

นิสัยที่ควรงดก่อนเข้านอน

  • อาบน้ำเฉพาะตอนกลางคืน
  • ออกกำลังกายก่อนนอน
  • ดื่มน้ำเยอะๆ ก่อนเข้านอน
  • แปรงฟันเสร็จแล้วเข้านอนทันที
  • ตั้งนาฬิกาปลุกแล้วเข้านอนทันที
  • ปลุกตัวเองด้วยเสียงนาฬิกาปลุก
  • ห่มผ้าทั้งที่ไม่ยอมหลับ
  • ใช้ฟูกนอนอันเดิมมาหลายปี
  • ตื่นกลางดึกมาเช็กเวลา
  • นอนนานเกินไปในวันหยุด

ทำไมถึงไม่ควรแปรงฟันเสร็จแล้วเข้านอนทันที

หลายคนชอบแปรงฟันก่อนเข้านอนเพื่อให้ปากสะอาด หรือไม่ก็ดื่มน้ำปริมาณมากเพื่อป้องกันฮีทสโตรก หลายคนยังเชื่อว่าพฤติกรรมเหล่านี้ดีและทำให้หลับสนิทตลอดคืน แต่ ดร.ชิราฮามะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการนอนหลับ กล่าวว่า เมื่อเหงือกถูกกระตุ้นจากการแปรงฟัน การหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนินในการนอนหลับก็จะลดลง ตามหลักแล้วควรแปรงฟันหนึ่งชั่วโมงก่อนเข้านอน หรือถ้ารู้สึกไม่สบายตัวให้บ้วนปากด้วยน้ำสะอาดเท่านั้น นอกจากนี้ยังพูดถึงการดื่มน้ำก่อนนอนว่าเป็นเรื่องที่ดีแต่ไม่แนะนำให้ดื่มในปริมาณมาก เหตุผลง่ายๆ ก็คือ ทำให้เข้าห้องน้ำบ่อยตลอดคืน รบกวนการนอนหลับลึกของเราได้

ทำไมถึงไม่ควรตั้งนาฬิกาปลุกแล้วเข้านอนทันที

ถ้าหากว่าเราเป็นพวกใช้สมาร์ทโฟนตั้งนาฬิกาปลุกก็ให้ตั้งนาฬิกาปลุกแล้วเข้านอนโดยที่ไม่เล่นโทรศัพท์ต่อหรือเช็กเวลาต่อ เพราะแสงสีฟ้าจากหน้าจอมือถือจะทำให้เราหลับไม่สนิท และเมื่อผสมกับเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือในตอนเช้าที่เสียงดังด้วยแล้ว จะทำให้เรารู้สึกเหนื่อยล้าตลอดวันได้ เปลี่ยนมาใช้แสงในยามเช้าเพื่อปลุกให้ตัวเองตื่นอาจดีกว่าใช้เสียงนาฬิกาปลุก

และถ้าหากรู้สึกว่าไม่สามารถข่มตาหลับได้ก็ไม่ควรฝืนนอนอยู่บนเตียง เพราะจะทำให้เราคิดอะไรไปในด้านลบ แนะนำให้ลุกออกจากเตียงนอนมารีแลกซ์ตัวเองอย่างใจเย็น

 

การนอนไม่หลับถือเป็นปัญหาหลักของคนในสมัยนี้ หลายคนต้องพึ่งวิตามินเพื่อทำให้เราข่มตาหลับได้ ยังไงก็ลองงดทำวิธีต้องห้ามเหล่านี้ เผื่อจะช่วยให้เพื่อนๆนอนหลับได้สบายขึ้น และไม่เหนื่อยล้าในวันถัดไปค่ะ    สล็อตเว็บตรง